ข่าวสารท่วมท้น...วิเคราะห์ข่าว?
ย้อนหลังไปสัก
1-2 เดือน
ผู้อ่านคงทราบว่าบ้านเมืองเราเกิดวิกฤตสภาวะแห้งแล้ง น้ำในเขื่อนหลักๆ
น้อยกว่าปกติในรอบหลายสิบปี
รวมถึงการหยุดไหลของน้ำประปาย่านปทุมธานีใกล้เมืองหลวงของประเทศ คงทำให้หลายท่านวิตกกังวลว่าจะขาดน้ำกินน้ำใช้
มีการกักตุนน้ำดื่มและถังกักเก็บน้ำขายดีมากจนโรงงานผลิตส่งให้ร้านค้าปลีก-ส่งไม่ทันทีเดียว
ขณะนี้
(เขียนต้นฉบับต้นเดือนสิงหาคม) ฝนตกลงมาเกือบทุกวัน
จากปัญหาภัยแล้งกลายเป็นว่ามีบางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม พื้นดินถล่มลงมากีดขวางการจราจร
ก่อนหน้าปัญหาที่เกรงกันว่าเกษตรกรจะได้รับความเดือดร้อนอย่างมากนั้นก็บรรเทาเบาบางลง
จากที่กล่าวมาข้างต้นจะพบว่าเหตุการณ์ต่างๆ
นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นการแก้หรือรับมือปัญหาจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดีสำหรับนักลงทุนนั้น การติดตามข่าวสารเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อมองหาช่องทางการลงทุนในอนาคต
ไม่ว่าการทำธุรกิจส่วนตัวหรือการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ข่าวสารจะช่วยให้เรามองเห็นช่องทางใดที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคต
ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องบริโภคข่าวสารเพื่อให้เห็นองค์รวมของแนวโน้มในอนาคต ผมแบ่งข่าวสารออกเป็น
2 ประเภท คือ 1. ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ 2. ข่าวสารที่ไม่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ
เช่น ข่าวอาชญากรรม ข่าวอุบัติเหตุ หรือข่าวดารา
เนื่องจากวันๆ
หนึ่งข่าวสารค่อนข้างมากผมเพียงแค่ดูผ่านสายตาเท่านั้นในส่วนที่ 2
ในส่วนข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจนั้น
ก็ยังแบ่งออกเป็นข่าวที่บอกเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจโดยรวมของโลกและของประเทศไทยซึ่งจะทำให้เรารู้แนวโน้มในอนาคต
เช่น รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน หรือการประมูล 4G ดังนั้นเราก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้วิเคราะห์หาประโยชน์ในการลงทุนได้ต่อไป
นอกจากนั้นแล้วยังมีข่าวสารเกี่ยวกับกิจการหรือบริษัทนั้นๆ
อีก เช่นการลงทุนเกี่ยวกับพื้นฐานด้านต่างๆของบริษัท การขยายกิจการ การร่วมทุนและการคาดการณ์ผลประกอบการ ซึ่งส่วนนี้เราสามารถติดตามเฉพาะหุ้นตัวที่เราสนใจได้
อย่างไรก็ตามการติดตามข่าวสารของบริษัทจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วน เนื่องด้วยจะมีทั้งข่าวจริงและข่าวลวง ตัวอย่างเช่นหลายครั้งที่มีข่าวออกมาว่าบริษัทได้รับงานมูลค่าสูงทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในอีก 1-2 วันต่อมาผู้บริหารก็ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว อาจส่งผลให้นักลงทุนบางท่านได้รับความเสียหายได้
ในตลาดหุ้นนั้นมีหุ้นอยู่หลายประเภท ผมขอแบ่งเป็น
2 ประเภท ง่ายๆ คือ 1.
หุ้นแบบไม่หวือหวา คือหุ้นที่ขึ้น-ลงวันละไม่กี่เปอร์เซ็นต์ มูลค่าตามราคาตลาด (Market
Capitalization) ใหญ่สักหน่อย (>3,000 ล้านบาท) 2.หุ้นแบบหวือหวา
สำหรับนักลงทุนมือใหม่แนะนำว่าควรลงทุนในหุ้นแบบไม่หวือหวาก่อนจะปลอดภัยกว่า
ต่อมาเมื่อมีความชำนาญจะขยับไปลงทุนในหุ้นแบบหวือหวาเพื่อหาประสบการณ์หรือหาแนวทางของตัวเองก็แล้วแต่ผู้อ่านจะชอบ
อันนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถและใจล้วนๆ ถ้าผู้อ่านคิดว่ารับมือกับหุ้นประเภทนี้ได้ก็ลุยไฟได้เลย!!!...ตามสะดวก
อย่างไรก็ดียังมีนักลงทุนอีกแนวหนึ่งซึ่งไม่สนใจข่าวสารดูแต่สัญญาณทางเทคนิคเท่านั้น
โดยมีแนวคิดว่าข่าวทุกข่าวสะท้อนลงมาที่ราคาหุ้น ไม่ว่าข่าวจริงหรือลวง
เมื่อสัญญาณทางเทคนิคสั่งซื้อก็ซื้อสั่งขายก็ขายโดยปัจจุบันมีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
(Robot
Trade) มาช่วยเทรดด้วย
หากผู้อ่านสนใจการลงทุนแนวนี้ เบื้องต้นควรจะหาความรู้เกี่ยวกับสัญญาณทางเทคนิคก่อนเพื่อให้มีความรู้ เข้าใจหลักการ จุดซื้อ จุดขาย จุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุน ปัจจุบันนี้มีโบรกเกอร์ให้บริการรูปแบบดังกล่าวแล้วแต่ต้องใช้เงินลงทุนขั้นต่ำ
1,000,000 บาท (ข้อมูลที่มีในขณะนี้
หากมีที่ใดต่ำกว่าก็ขออภัยมา ณ.ที่นี้)
สุดท้ายนี้ในความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าการบริโภคข่าวสารเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เรารู้ว่าโลกรอบตัวเราหมุนไปถึงไหนแล้ว แต่ข่าวสารมีมากมายดังนั้นเราจำเป็นต้องเลือกเสพข้อมูลที่มีสาระเพื่อนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น....
ขอให้โชคดี มีสติครับ...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น